ประวัติและตัวตนของลีก
พรีเมียร์ลีกเริ่มแข่งขันในปี 1992 หลังสโมสรลีกสูงสุดแยกการจัดการแข่งขันออกจาก Football League แต่ประวัติฟุตบอลลีกอังกฤษย้อนหลังไปถึงปี 1888 ดังนั้นคำว่า “แชมป์พรีเมียร์ลีก” กับ “แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ” จึงมีขอบเขตเวลาต่างกัน การเปรียบเทียบความสำเร็จของสโมสรต้องระบุให้ชัดว่ากำลังนับแบบใด
ฟุตบอลอังกฤษมีรากจากเมืองอุตสาหกรรม ชุมชนท้องถิ่น และวัฒนธรรมการไปสนาม ความเป็นคู่แข่งจึงไม่ได้มาจากอันดับในตารางเพียงอย่างเดียว บางคู่เชื่อมโยงกับพื้นที่เดียวกัน บางคู่เติบโตจากการแย่งแชมป์ต่อเนื่องหลายยุค
รูปแบบการแข่งขันและการอ่านตาราง
พรีเมียร์ลีกใช้ระบบพบกันเหย้า–เยือน 20 ทีม แต่ละทีมพบคู่แข่ง 19 ทีมสองครั้ง รวม 38 นัดต่อฤดูกาล ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน และแพ้ไม่ได้คะแนน การแข่งขันลีกจึงวัดความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล
เวลาอ่านตาราง ให้แยกจำนวนนัดที่แข่งออกจากคะแนน ทีมที่แต้มตามแต่อยู่ระหว่างรอแข่งนัดตกค้างไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับทีมที่แข่งครบแล้ว ผลต่างประตูช่วยอธิบายภาพรวมการทำประตูและเสียประตู แต่ลำดับตัดสินเมื่อแต้มเท่ากันต้องใช้กติกาของลีกนั้น
| คอลัมน์ | ความหมาย |
|---|---|
| P / Played | จำนวนเกมที่ลงแข่งขัน |
| W / D / L | ชนะ / เสมอ / แพ้ |
| GF / GA | ประตูได้ / ประตูเสีย |
| GD | ผลต่างประตู: GF − GA |
| Pts | คะแนนรวม โดยทั่วไปเท่ากับ 3W + D ก่อนการหักคะแนน |
เลื่อนชั้น ตกชั้น และสิทธิ์ยุโรป
สามอันดับสุดท้ายตกชั้นสู่ EFL Championship ส่วนทีมที่เลื่อนชั้นกลับขึ้นมามาจากสองอันดับแรกของ Championship และผู้ชนะเพลย์ออฟเลื่อนชั้นหนึ่งทีม
การไปแข่งขันยุโรปขึ้นอยู่กับอันดับลีก ผลการแข่งขันบอลถ้วย และโควตาของสมาคมในฤดูกาลนั้น รวมถึงสิทธิ์แชมป์เก่าหรือ European Performance Spots จึงไม่ควรถือว่าอันดับเดิมจะได้รายการเดิมทุกปี
สโมสรสำคัญและวัฒนธรรมการแข่งขัน
- Manchester United — สโมสรจากแมนเชสเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญในยุคพรีเมียร์ลีก และมีความทรงจำร่วมกับแฟนบอลจากความสำเร็จหลายช่วงเวลา
- Liverpool — สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ซึ่งมีทั้งประวัติแชมป์ลีกอังกฤษและแชมป์ยุโรป วัฒนธรรมอัฒจันทร์แอนฟิลด์เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทีม
- Arsenal — สโมสรลอนดอนเหนือที่เหมาะสำหรับศึกษาวิวัฒนาการฟุตบอลอังกฤษ ทั้งเรื่องระบบทีม เทคนิค และการพัฒนาแนวทางการเล่น
- Chelsea และ Manchester City — ตัวอย่างของสโมสรที่บทบาทในฟุตบอลยุโรปขยายตัวอย่างมากในยุคสมัยใหม่ ผ่านการลงทุนและการวางโครงสร้างทีม
North London derby คือ Arsenal พบ Tottenham Hotspur ส่วน Merseyside derby คือ Liverpool พบ Everton ขณะที่ Manchester derby คือ Manchester United พบ Manchester City ความเข้มข้นของแต่ละคู่มีบริบทชุมชนและประวัติศาสตร์ต่างกัน
ถ้วยในประเทศที่ควรรู้จัก
อังกฤษมีทั้ง FA Cup ซึ่งเปิดให้สโมสรจากหลายระดับของระบบฟุตบอลเข้าร่วม และ EFL Cup หรือ League Cup สำหรับสโมสรพรีเมียร์ลีกกับ EFL นอกจากนี้ยังมี Community Shield ซึ่งเป็นรายการเปิดฤดูกาล
อ่านคู่มือถ้วยของประเทศนี้ →ดูเกมลีกนี้ให้เข้าใจมากขึ้น
ลองสังเกตจังหวะที่ทีมเสียบอลตรงกลางสนาม ใครเป็นคนหยุดเกมสวนกลับ และฟูลแบ็กที่เติมสูงกลับมาป้องกันทันหรือไม่ อีกเรื่องที่น่าดูคือการจัดทีมเมื่อมีทั้งเกมลีกและบอลถ้วย เพราะความล้าสามารถเปลี่ยนคุณภาพการเพรสได้
อย่าใช้ภาพจำของประเทศแทนการดูเกมจริง เริ่มจากรูปทรงทีมตอนมีบอลและไม่มีบอล จากนั้นดูว่าจุดแข็งนั้นยังทำงานได้หรือไม่เมื่อคู่แข่งเปลี่ยนวิธีรับมือ สกอร์สุดท้ายบอกผู้ชนะ แต่ไม่ได้อธิบายกระบวนการทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมทีมเดียวลงแข่งหลายรายการได้?
ลีก บอลถ้วยในประเทศ และฟุตบอลยุโรปเป็นคนละการแข่งขัน สโมสรที่ได้สิทธิ์จึงลงเล่นควบคู่กัน โดยโปรแกรมถูกจัดไว้ในปฏิทินเดียวกัน
ทีมที่มีชื่อเสียงจะอยู่ลีกสูงสุดทุกปีหรือไม่?
ไม่เสมอไป ชื่อเสียงและประวัติความสำเร็จไม่ยกเว้นการตกชั้น รายชื่อสโมสรในบทความนี้เป็นตัวอย่างเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่รายชื่อผู้เข้าร่วมฤดูกาลปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลและอ่านต่อ
ลิงก์ผู้จัดการแข่งขันและแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดของแต่ละฤดูกาลให้ยึดประกาศฉบับที่ใช้งาน
Premier League — เว็บไซต์ผู้จัดการแข่งขัน ↗